|
มีครอบครัวนักเดินทางกลุ่มหนึ่ง ประกอบไปด้วยพ่อ แม่ พี่ และน้อง ครอบครัวนี้ได้ไปเดินเที่ยวในป่าใหญ่ และเมื่อถึงตอนเย็น พวกเขาได้กางเต็นท์ไว้ริมลำธาร
พ่อและพี่ไปหาฟืน ส่วนแม่เตรียมของเพื่อใช้ทำอาหาร ส่วนน้องได้ไปเดินเล่นรอบๆป่า
เมื่อน้องเดินลึกเข้าไปในป่า น้องพยายามหาทางกลับเต็นท์ จึงเดินไป ตะโกนร้องเรียกพ่อ “พ่อ พ่ออยู่ไหน” เมื่อไม่มีเสียงตอบกลับมา มีแต่ความเงียบและเสียงแมลงต่างๆ ร้อง
น้องจึงตะโกนต่อไปอีกว่า “แม่ พี่ พ่อ ช่วยหนูด้วย” เมื่อไม่มีเสียงตอบเช่นเคย น้องจึงเริ่มร้องไห้
แต่เมื่อน้องนึกถึงคำพูดของพ่อว่า “เมื่อเรามีปัญหาต่างๆ ควรตั้งสติ จะได้พ้นปัญหานั้นๆ” น้องจึงตั้งสติและหาทางกลับเต็นท์
เมื่อท้องฟ้ามืดลงเรื่อยๆ น้องจึงหาที่พักเพื่อหลับเอาแรงไว้หาทางกลับพรุ่งนี้
พอเช้าวันรุ่งขึ้น น้องได้หาทางกลับเต็นท์ต่อ
น้องได้เจอกับช้าง น้องจึงตกใจมาก เพรากลัวช้าง ช้างจึงบอกกับน้องว่า “ไม่ต้องกลัวนะ ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก” ช้างพูดต่อว่า “เธอนะหลงทางใช่ไหม ขึ้นหลังฉันสิ เดี๋ยวฉันพากลับ” น้องดีใจมากจึงรีบขึ้นหลังช้างทันที
พอใกล้ค่ำช้างได้พาน้องมาถึงที่เต็นท์ พอพ่อแม่เห็น พ่อแม่ถึงกับน้ำตาไหล พ่อจึงพูดว่า “ทีหลังจะไปไหนต้องให้พ่อหรือแม่ไปด้วยนะ” น้องจึงพูดว่า “ค่ะ หนูสัญญา”
แม่เข้ากอดน้องด้วยความคิดถึงและห่วงใย พ่อจึงพูดขอบคุณช้างว่า “พวกเราขอบคุณมากเจ้าช้าง” พ่อยิ้มให้ช้าง ช้างจึงยิ้มตอบและเดินจากไป
น้องคิดว่าในการเดินป่าครั้งนี้ ทำให้น้องได้ประสบการณ์มากมาย และน้องจะไม่ลืมการเดินป่าครั้งนี้เลย
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า:
"ไม่มีปัญหาใดยากเกินที่จะแก้ ถ้าเราใช้สติและความคิด" นะคะ
|